วัดพระธาตุจอมกิตติ

วัดพระธาตุจอมกิตติแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับล้านนาสมัยโบราณ เพราะเป็นสถานที่ที่พระเจ้าพรหมราชและประชาชน ร่วมกันจัดงานบุญฉลองครั้งยิ่งใหญ่เนื่องในโอกาสที่พระองค์สามารถกู้เอกราชมาจากขอมได้สำเร็จ พระธาตุจอมกิตติ จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการประกาศชัยชนะและความเป็นอิสระ

ทั้งยังชวนให้เราระลึกถึง ความเสียสละและความกล้าหาญของบรรพบุรุษไทยในการสู้รบครั้งนั้น โดยปัจจุบันยังคงมีการจัดพิธี บวงสรวงพระธาตุจอมกิตติเป็นประจำทุกปี และมีการทำพิธีเสริมดวงชะตาให้กับประเทศไทย ตามตำนานโยนกระบุว่า พระเจ้าสิงหนวัติ กษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์โยนก ได้รับพระเกศาของพระพุทธเจ้า พระองค์จึงได้สร้างเจดีย์บรรจุพระเกศาไว้บนดอยน้อยซึ่งคือพื้นที่แห่งนี้ในปัจจุบัน ต่อมา พ.ศ.1483 พระเจ้าพังคราช กษัตริย์ราชวงศ์โยนก และพระเจ้าพรหมมหาราช โอรส ได้รับพระไตรปิฎกและพระบรมสารีริกธาตุจากพระเถระชาวโกศลนคร รวม 16 ชิ้น จึงแบ่งบางส่วนให้กับพญาเรือนแก้ว ผู้ครองเมืองพะเยา พญาเรือนแก้วได้นำไปประดิษฐานไว้บนพระธาตุที่ดอยจอมทอง เมืองพะเยา ส่วนพระบรมสารีริกธาตุที่เหลือ ได้รับการบรรจุในโกศลทอง ประดิษฐานไว้ ณ ดอยน้อย และในปี พ.ศ.1483 ได้โปรดฯ ให้สร้างเจดีย์ ครอบทับเจดีย์องค์เดิมที่มีขนาดกว้าง 3 วา 2 ศอก สูง 6 วา 2 ศอก เป็นแบบย่อมุมไม้สิบสองในสมัยเชียงแสน ต่อมาเจดีย์พระธาตุทรุดโทรมมาก เจ้าฟ้าเฉลิมเมือง เจ้าเมืองเชียงแสน ร่วมกับชาวเมืองได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจนถึงปัจจุบันเจดีย์ก็ยังคงอยู่ในสภาพสวยงามเช่นในอดีต นอกจากนี้ สมาคมท่องเที่ยวเชียงรายได้จัดแพ็กเก็จทัวร์พระธาตุ 9 จอม ซึ่งมีวัดพระธาตุจอมกิตติรวมอยู่ด้วย. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thai.tourismthailand