‘วิ่ง’ สู่ 4 มิติสุขภาวะ

การวิ่งเป็นพื้นฐานของการเล่นกีฬาแทบทุกชนิด และสำหรับคนที่ออกกำลังกายบ่อยๆ หรือ วิ่งสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง รวมๆ แล้วมากกว่า 150 นาที/อาทิตย์ จะทำให้บุคคลเหล่านั้นห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs) ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง
ด้วยเหตุนี้เอง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี และสนับสนุนให้คนไทยมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) เพื่อห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง (NCDs)
อีกหนึ่งกิจกรรมที่ สสส.และสมาพันธ์ชมรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพไทย และภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดงานเดิน-วิ่ง “Thai Health Day Run” ขึ้น เพื่อปลุกพลังของคนรักสุขภาพมาร่วมออกกำลังกาย เพราะ ‘การวิ่ง’ เป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่คน ทุกเพศ ทุกวัยสามารถทำได้ง่าย นอกจากเสริมสร้างความแข็งแรงด้านร่างกายแล้ว ยังเสริมสร้างความแข็งแรงด้านจิตใจ ก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคม และนำมาสู่ความสงบ เกิดปัญญาที่ชาญฉลาดอีกด้วย

ประโยชน์ 4 มิติกับการวิ่ง
1.กาย : การวิ่ง นับได้ว่าเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบไหลเวียนเลือด และหัวใจ ซึ่งการวิ่งสามารถทำได้ง่าย ไม่ว่าจะวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า หรือวิ่งในสวนสาธารณะใกล้บ้าน เมื่อร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายแล้ว ย่อมส่งผลดีต่อการทำงาน การดำเนินชีวิตอีกด้วย
2.ใจ : การวิ่งนอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วนั้น ยังส่งผลให้จิตใจแข็งแรงตามไปด้วย เพราะจะทำให้จิตใจผ่อนคลาย และนอนหลับได้สนิท
ทั้งนี้ มีการทดลองจาก นายแพทย์เฟร็ด กู๊ดวิน แห่งสถาบันสุขภาพจิตของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวถึงการวิ่งกับทฤษฎีแห่งความสำเร็จว่า การออกกำลังกายย่อมต้องมีการจัดสรรเวลาและบังคับตัวเองให้มีวินัยอย่างสม่ำเสมอ ผู้ที่ทำตามเป้าหมายได้จะเกิดความภูมิใจอยู่เงียบๆ เพราะความรู้สึกใดที่ดีต่อตัวเอง จะพลอยพาให้อารมณ์และจิตใจผ่องใสขึ้น ข้อมูลดังกล่าวนี้สอดคล้องกับ นายแพทย์สุจินต์ ผลากรกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและ‘วิ่ง’ สู่ 4 มิติสุขภาวะ thaihealthยาผู้มีประสบการณ์การวิ่งมานานกว่าหลายปี ที่เคยกล่าวไว้ว่า “ใครก็ตามที่วิ่งติดต่อกันได้นานกว่า 20 นาที จะเป็นผู้ที่มีความอดทน ไม่อารมณ์เสีย หรือโมโหใครง่ายๆ” ดังนั้นผู้ที่มีความอดทนสูง จึงนับได้ว่าเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จ
นอกจากนี้แล้ว ทฤษฎีเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟิน ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นใช้เอง ยังอธิบายถึงความสุขจากการเสพติดการวิ่งได้ว่า สารเอ็นดอร์ฟินจะหลั่งออกมาหลังการออกกำลังกายที่ติดต่อกัน ดังเช่น นักวิ่งจะรู้สึกว่าความเมื่อย ความเหนื่อย หายไปหลังจากได้วิ่งต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที และเมื่อนักวิ่งเข้าเส้นชัย ไม่ว่าจะได้รางวัล หรือไม่ได้รางวัลก็ตาม เขาจะมีความรู้สึกเต็มตื้น สดชื่น และทำให้จิตใจของผู้วิ่งเบาสบายอีกด้วย
3.สังคม: อาจารย์ณรงค์ เทียมเมฆ ผู้ทรงคุณวุฒิแผนกิจกรรมทางกาย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบุคคลต้นแบบของวงการนักวิ่ง กล่าวถึงการวิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมว่า การมีสุขภาพที่ดีถือเป็นเรื่องจำเป็นต่อชีวิตของคนทุกคน และจำเป็นต่อครอบครัวของเราด้วย ถ้าเรามีสุขภาพดี ผู้คนที่อยู่ในครอบครัวของเราก็จะได้รับประโยชน์ ซึ่งถ้าผู้คนในสังคมมีสุขภาพดี แน่นอนว่าประโยชน์ก็จะไปตกอยู่กับสังคม ตกอยู่กับประเทศโดยรวม และแน่นอนอีกว่าการที่ สสส.ได้สนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีนั้น ไม่ได้เพียงแค่เข้ามาช่วยในเรื่องของการ‘วิ่ง’ สู่ 4 มิติสุขภาวะ thaihealthให้เงินทุนสนับสนุนเท่านั้น แต่ สสส. ยังนำองค์ความรู้เรื่องสุขภาพมาส่งต่อ และยังให้คำแนะนำเรื่องเทคนิคและกระบวนการในการทำงานต่างๆ ร่วมกัน นอกจากนี้ยังประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้คนไทยมีสุขภาพแข็งแรง
4.ปัญญา : การวิ่งอีกลักษณะหนึ่ง ที่กำลังเแพร่หลายในกลุ่มนักวิ่งเพื่อสุขภาพคือ “วิ่งสมาธิ” โดยการวิ่งเหยาะๆ และทำสมาธิ ภาวนาด้วย “พุท-โธ” งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังก่อให้เกิดการเจริญสติ จิตกำหนดอยู่ที่ลมหายใจ ใจจะไม่ยึดทั้งสุขและทุกข์ การวิ่งลักษณะนี้ทำให้คลื่นสมองอยู่ในเกณฑ์ปกติ สุขภาพกายและจิตของผู้วิ่งอยู่ในระดับที่ดีด้วย
สำหรับงานวิ่งประจำปี Thai Health Day Run 2016 จัดขึ้นในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 ณ สนามเทพหัสดิน ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ มีระยะทาง 5 กม. และ 10 กม. นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ร่วมสนุกและออกกำลังกายใน กิจกรรม Kid Athletic เวลาและร่วมแข่งขันวิ่ง โดยเด็กๆ รุ่นอายุ 5-6 ปี แข่งขันในระยะ 20 เมตร และ รุ่นอายุ 7-12 ปี แข่งขันในลู่วิ่ง 100 เมตร เด็กๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนจะได้รับเสื้อ และเหรียญ Active Play
/ขอบคุณ สสส