10 สัญญาณเมื่อ “แพ้กลูเตน”

อาการแพ้กลูเตนสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ในแต่ละวัยก็เกิดอาการค่อนข้างแตกต่างกัน โดยเฉพาะในเด็ก หากมีอาการแล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเด็ก อาจทำให้เด็กแคระแกร็นได้

1. มีปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องอืด ท้องเสียและท้องผูก โดยเฉพาะเด็กๆจะสังเกตได้ง่ายโดยหลังจากทานอาหารที่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบเข้าไปจะมีอาการเริ่มท้องผูก
2. เป็นโรคขนคุด (Keratosis Pilaris) มีลักษณะคล้ายหนังไก่จะพบอาการเหล่านี้ได้ตามท้องแขน เป็นผลมาจากการขาดกรดไขมันและวิตามิน A และส่งผลให้การดูดซึมไขมันแย่ลง เนื่องจากกลูเตนทำให้ลำใส้เสียหาย
3. อ่อนเพลีย สมองตื้อ หรือรู้สึกเหนื่อยหลังจากทานอาหารที่มีกลูเตนเข้าไป
4. ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่เกิดจากการแพ้ภูมิแพ้ตัวเอง เช่น ต่อมไทรอยด์เรื้อรังเรื้อรัง โรคไขข้ออักเสบ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง หรือโรคยูซี โรคลูปัส โรคสะเก็ดเงิน โรคหนังแข็ง หรือ โรคปลอกประสาทอักเสบ (MS)
5. มีอาการทางระบบประสาท เช่น เวียนศรีษะ หรือ เสียการทรงตัว
6. ฮอร์โมนไม่สมดุล เช่น อาการก่อนมีประจำเดือน เช่น อาการปวดศีรษะ อารมณ์หงุดหงิด เจ็บคัดตึงเต้านม หรือเกิดจากฮอร์โมน เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดประจำเดือนนานๆ น้ำหนักมาก มีขนดกกว่าปกติที่ใบหน้า ร่องอก และท้องน้อย หรือภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ
7. โรคไมเกรนหรือโรคปวดหัวข้างเดียว
8. หากหมอบอกว่าคุณเป็นโรค Chronic fibromyalgia (อาการปวดของกล้ามเนื้อเรื้อรังทั่วร่างกาย) หรือมีอาการอ่อนล้าแต่กลับไม่สามารถบอกสาเหตุของอาการปวดหรืออ่อนล้าดังกล่าวได้
9. มีการอักเสบ บวม และปวดบริเวณข้อต่อ เช่น ข้อนิ้ว หัวเข่า หรือสะโพก
10. มีปัญหากับอารมณ์ของตัวเอง เช่น วิตกกังวล ซึ่มเศร้า อารมณ์แปรปรวน หรือสมาธิสั้น

หากลองเช็คแล้วพบว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคแพ้กลูเตน เราแนะนำให้ปรึกษาแพทย์พร้อมประวัติการรักษาเกี่ยวกับโรคปวดท้อง ลองหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลูเตนเป็นส่วนประกอบ และหากสงสัยว่าจะเป็นโรคเซลิแอค (Celiac Disease) ร่วม คุณอาจจะต้องหลีกเลี่ยงนมด้วย เพราะผู้ที่เป็นโรคเซลิแอค (Celiac Disease) จำนวนมากมีอาการแพ้นมด้วย เนื่องจากไม่สามารถย้อยแลคโตสได้